กษัตริย์นักถ่ายภาพยนตร์
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดการถ่ายภาพยนตร์ด้วยฝีพระหัตถ์มาตั้งแต่ก่อนที่จะเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ
โดยทรงใช้กล้องถ่ายภาพยนตร์ขนาดฟิล์ม ๑๖ มิลลิเมตร
ในการทรงเริ่มถ่ายภาพยนตร์สมัครเล่นนี้ พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน
ซึ่งทรงรอบรู้เรื่องการภาพยนตร์เป็นอย่างดีเป็นผู้ถวายคำแนะนำ
เมื่อเสด็จขึ้นครองราชสมบัติแล้ว ยังทรงถ่ายภาพยนตร์อยู่เป็นนิจ
ดังจะเห็นได้จากพระบรมฉายาลักษณ์ ในการเสด็จประพาสสถานที่ต่างๆ
พระองค์ทรงถือกล้องถ่ายภาพยนตร์ขนาดเล็กอยู่ด้วยเสมอ เพื่อทรงบันทึกภาพเหตุการณ์
เช่น สภาพสังคมและสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน หรือบางครั้ง โปรดเกล้าฯ
ให้เจ้านาย และข้าราชบริพารที่ใกล้ชิดทรงถ่ายและถ่ายภาพยนตร์เหล่านี้ไว้ด้วย
โดยเฉพาะพระราชพิธีสำคัญต่างๆ ซึ่งไม่สามารถทรงบันทึกด้วยฝีพระหัตถ์เองได้
ภาพยนตร์ที่ทรงถ่ายในระยะแรกนี้ โปรดเกล้าฯ
ให้เรียกชื่อว่า “ภาพยนตร์ทรงถ่าย” ต่อมา เมื่อประทับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน จึงทรงเปลี่ยนชื่อเป็น “ภาพยนตร์อัมพร” ใน พ.ศ. ๒๔๗๓ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้จัดตั้ง “สมาคมภาพยนตร์สมัครเล่นแห่งสยาม” เพื่อส่งเสริมกิจการภาพยนตร์สมัครเล่น มีการจัดฉายภาพยนตร์
และจัดทำวารสารข่าว ส.ภ.ส.
เพื่อเผยแพร่ข่าวสารและสาระความรู้เกี่ยวกับภาพยนตร์สมัครเล่น
เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสละราชสมบัติ
เมื่อพ.ศ. ๒๔๗๗ และประทับอยู่ ณ ประเทศอังกฤษ ก็ยังคงทรงบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ
ด้วยฝีพระหัตถ์ แต่ในครั้งนี้เป็นการบันทึกในลักษณะกิจกรรมภายใน “ครอบครัว”
เช่นพระอริยาบถส่วนพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ฯ พระประยูรญาติ
ข้าราชบริพารที่ใกล้ชิด พระราชอาคันตุกะที่เสด็จไปเฝ้าที่พระตำหนัก
และภาพเหตุการณ์เมื่อเสด็จฯ ไปทรงพักผ่อนพระอริยาบถตามสถานที่ต่างๆ
มรดกภาพยนตร์พระปกเกล้า
จากหลักฐานในบัญชีภาพยนตร์ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น
ภาพยนตร์ที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงถ่ายระหว่าง พ.ศ. ๒๔๖๙ ถึง ๒๔๗๖
มีจำนวน ๕๐๐ ม้วนเศษ ซึ่งคิดเป็นความยาวทั้งสิ้นประมาณหนึ่งแสนสองหมื่นฟุต
โดยเฉลี่ยแล้วทรงถ่ายภาพยนตร์สัปดาห์ละประมาณ ๒ ถึง ๓ ม้วน
เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๑๙ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี
ในรัชกาลที่ ๗ ได้โปรดเกล้าฯ ให้สยามสมาคม ในพระบรมราชูปถัมภ์
ยืมฟิล์มภาพยนตร์ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
จำนวนหนึ่งเพื่อนำไปคัดเลือกเพื่อจัดฉายในโอกาสที่สมาคมจะจัดงานฉลอง ๗๒ ปี
สถาปนาสมาคมในปีนั้น ต่อมาใน พ.ศ.๒๕๒๖ แผนกวิชาการถ่ายภาพและภาพยนตร์
สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเทคนิคกรุงเทพฯ
จัดตั้งโครงการอนุรักษ์ภาพยนตร์ในประเทศไทย
และได้รับฟิล์มภาพยนตร์ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวจากสยามสมาคม
ไปดำเนินการเพื่อหาทางอนุรักษ์ และพบว่ายังคงมีฟิล์มที่อยู่ในสภาพดี
สามารถอนุรักษ์ไว้ได้เพียง ๑๗๘ ม้วนเท่านั้น คิดเป็นความยาวรวมประมาณ หกหมื่นฟุต
หรือหากนำมาฉายติดต่อเนื่องกันจะกินเวลาฉายนานถึง สี่สิบชั่วโมง
ฟิล์มภาพยนตร์
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ถือได้ว่าเป็นมรดกของชาติที่มีคุณค่าและจำเป็นต้องได้รับการอนุรักษ์และเผยแพร่
เนื่องจากฟิล์มภาพยนตร์ส่วนพระองค์ดังกล่าวได้แสดงให้เห็นถึงสภาพวิถีชีวิต สังคม
วัฒนธรรม ประเพณี ในช่วงรัชสมัย และเป็นแหล่งเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษา
และประชาชน ทั่วไปได้เป็นอย่างดี







