วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ภาพยนตร์พระราชพิธีฉลองพระนคร 150 ปี


ภาพพระปฐมบรมราชานุสรณ์

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว  เสด็จพระราชดำเนินประกอบพระราชพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกและสะพานพระพุทธยอดฟ้า เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2475
                                  

ภาพสะพานพระพุทธยอดฟ้า

         ฉัตรบงกช  ศรีวัฒนสาร เรียบเรียง
         รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ 7 มีเหตุการณ์ที่สำคัญในวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2475 คือการประกอบพระราชพิธีฉลองพระนคร เนื่องในโอกาสที่กรุงรัตนโกสินทร์และพระบรมราชจักรีวงศ์ก่อตั้งมาครบ 150 ปี  โดยมีการจัดพระราชพิธีบวงสรวงสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช  ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง  การฉลองพระนครและการฉลองวัดพระศรีรัตนศาสดารามหลังการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่  และสิ่งสำคัญคือ  การเสด็จพระราชดำเนินเปิดสะพานพระพุทธยอดฟ้าและพระปฐมบรมราชานุสรณ์  ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้บันทึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ครั้งนั้นไว้ด้วยภาพ  คำบรรยายและเสียง 3 ภาษา คือ ภาษาไทย  ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน
       นอกจากภาพยนตร์เรื่องนี้จะให้รายละเอียดของพิธีกรรมต่างๆแล้ว  ผู้ชมยังได้ฟังพระสุรเสียงของรัชกาลที่ 7 เมื่อมีพระราชดำรัสในพิธีบวงสรวงอดีตพระมหากษัตริย์ ณ ท้องสนามหลวงอีกด้วย

วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ภาพยนตร์เสด็จฯประพาสเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ภาพยนตร์เสด็จฯประพาสเขาสามร้อยยอด
         ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการบันทึกเหตุการณ์ในพ.ศ. 2469  พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 เสด็จฯประพาสถ้ำพระยานคร ภายในเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นสถานที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จฯประพาสมาก่อนเมื่อ พ.ศ. 2433  และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างพลับพลาที่ประทับภายในถ้ำ พระราชทานนามว่า "พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์" และยังโปรดเกล้าฯให้สลักอักษรพระปรมาภิไธย จปร บนผนังถ้ำ เมื่อรัชกาลที่ 7เสด็จฯตามรอยสมเด็จพระบรมชนกนาถมาประทับที่พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์  จึงทรงโปรดเกล้าฯให้สลักอักษรพระปรมาภิไธย ปปร ณ บริเวณผนังถ้ำใกล้เคียงกับอักษรพระปรมาภิไธย จปร ไว้ด้วย




ภาพยนตร์พระราชพิธีบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ 7



 

ภาพยนตร์บันทึกเหตุการณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมัยรัชกาลที่ 7 
          ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้บันทึกเหตุการณ์และขั้นตอนในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2468 ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวตามแบบแผนประเพณี โดยเริ่มจากพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเฉลิมพระราชมณเฑียร ณพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย  พระที่นั่งไพศาลทักษิณ และพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน  เป็นพระราชพิธีเบื้องต้นตั้งแต่วันที่ 21-24 กุมภาพันธ์ และวันที่ 25 กุมภาพันธ์ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก  และพิธีเบื้องปลายวันที่ 26 กุมภาพันธ์  พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จออก ณ พระที่นั่งจักรีเพื่อให้คณะทูตานุทูตเข้าเฝ้าถวายพระพรชัย  เสด็จออก ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ  พระบรมวงศานุวงศ์  ข้าราชการฝ่ายใน และภริยาข้าทูลละอองธุลีพระบาททั้งหลายทูลเกล้าฯถวายดอกไม้ธูปเทียนแล้ว  พระราชทานสัญญาบัตรตั้งพระราชาคณะ 3 รูป  วันที่ 27 กุมภาพันธ์เสด็จออกพระที่นั่งจักรีให้หัวหน้าพ่อค้าประชาชนเข้าเฝ้า  และเสด็จออกมุขเด็จหน้า ที่พระที่นั่งจักรีให้ประชาชนเฝ้าชมพระบารมี  แล้วเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครทางสถลมารคในวันที่ 1 มีนาคม เพื่อทรงนมัสการบูชาปูชนียวัตถุ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และเสด็จทางชลมารคในวันที่ 3 มีนาคม    ในการนี้ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนาหม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี พระวรราชชายา ขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีด้วย
        

วันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ศาลาเฉลิมกรุง :โรงภาพยนตร์ทันสมัยแห่งแรกในสยาม



      ภาพโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุงจำลอง ณ พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว


          พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชประสงค์
ให้ประเทศสยามมีโรงภาพยนตร์ที่ทันสมัยทัดเทียมกับต่างประเทศ เพื่อสร้างความบันเทิงเริงรมย์แก่ประชาชนทั่วไป ทรงเลือกสถานที่ตรงถนนเจริญกรุงตัดกับถนนตีทองเพราะเป็นที่เด่นอยู่ตรงหัวมุมพอดี และทรงประกอบพระราชพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 1กรกฎาคม พ.ศ.2473 ทรงพระราชทานนามว่า "ศาลาเฉลิมกรุง"หม่อมเจ้าสมัยเฉลิม   กฤดากรทรงออกแบบ บริษัทบางกอกเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ก่อสร้างเสร็จแล้วจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เจ้าพระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษาธิบดี(ม.ร.ว.มูล ดารากร)ประกอบพิธีเปิดแทนพระองค์ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ.2476 ภาพยนตร์เรื่องแรกที่ทำการออกฉายในวันเปิดปฐมฤกษ์ คือ ภาพยนตร์เรื่อง "มหาภัยใต้ทะเล" รายได้ทั้งหมดที่เก็บได้จากค่าผ่านประตูในวันนั้น พระบาทสมเด็จพระปกเล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ส่งไปบำรุงสภากาชาดสยาม โดยมิได้หักค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด
          ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง นับเป็นโรงภาพยนตร์ชั้น 1แห่งเดียว
ต่อมาจึงมีโรงภาพยนตร์เกิดขึ้นอีกหลายแห่งหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เช่น โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทย โรงภาพยนตร์คิงส์ โรงภาพยนตร์ควีนส์ โรงภาพยนตร์แกรนด์ โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมเขตร์ และโรงภาพยนตร์เอ็มไพร์ เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันโรงภาพยนตร์ที่อ้างถึงเลิกกิจการไปแล้ว เหลือเพียงโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุงซึ่งจะมีอายุครบ 77 ปีในวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553