วันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2563

 


กษัตริย์นักถ่ายภาพยนตร์

 

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดการถ่ายภาพยนตร์ด้วยฝีพระหัตถ์มาตั้งแต่ก่อนที่จะเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ โดยทรงใช้กล้องถ่ายภาพยนตร์ขนาดฟิล์ม ๑๖ มิลลิเมตร ในการทรงเริ่มถ่ายภาพยนตร์สมัครเล่นนี้ พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน ซึ่งทรงรอบรู้เรื่องการภาพยนตร์เป็นอย่างดีเป็นผู้ถวายคำแนะนำ เมื่อเสด็จขึ้นครองราชสมบัติแล้ว ยังทรงถ่ายภาพยนตร์อยู่เป็นนิจ ดังจะเห็นได้จากพระบรมฉายาลักษณ์ ในการเสด็จประพาสสถานที่ต่างๆ พระองค์ทรงถือกล้องถ่ายภาพยนตร์ขนาดเล็กอยู่ด้วยเสมอ เพื่อทรงบันทึกภาพเหตุการณ์ เช่น สภาพสังคมและสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน หรือบางครั้ง โปรดเกล้าฯ ให้เจ้านาย และข้าราชบริพารที่ใกล้ชิดทรงถ่ายและถ่ายภาพยนตร์เหล่านี้ไว้ด้วย โดยเฉพาะพระราชพิธีสำคัญต่างๆ ซึ่งไม่สามารถทรงบันทึกด้วยฝีพระหัตถ์เองได้

ภาพยนตร์ที่ทรงถ่ายในระยะแรกนี้ โปรดเกล้าฯ ให้เรียกชื่อว่า ภาพยนตร์ทรงถ่าย ต่อมา เมื่อประทับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน จึงทรงเปลี่ยนชื่อเป็น ภาพยนตร์อัมพรใน พ.ศ. ๒๔๗๓ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง สมาคมภาพยนตร์สมัครเล่นแห่งสยาม เพื่อส่งเสริมกิจการภาพยนตร์สมัครเล่น มีการจัดฉายภาพยนตร์ และจัดทำวารสารข่าว ส.ภ.ส. เพื่อเผยแพร่ข่าวสารและสาระความรู้เกี่ยวกับภาพยนตร์สมัครเล่น

เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสละราชสมบัติ เมื่อพ.ศ. ๒๔๗๗ และประทับอยู่ ณ ประเทศอังกฤษ ก็ยังคงทรงบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ด้วยฝีพระหัตถ์ แต่ในครั้งนี้เป็นการบันทึกในลักษณะกิจกรรมภายใน ครอบครัว เช่นพระอริยาบถส่วนพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ฯ พระประยูรญาติ ข้าราชบริพารที่ใกล้ชิด พระราชอาคันตุกะที่เสด็จไปเฝ้าที่พระตำหนัก และภาพเหตุการณ์เมื่อเสด็จฯ ไปทรงพักผ่อนพระอริยาบถตามสถานที่ต่างๆ

 

มรดกภาพยนตร์พระปกเกล้า

          จากหลักฐานในบัญชีภาพยนตร์ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น ภาพยนตร์ที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงถ่ายระหว่าง พ.ศ. ๒๔๖๙ ถึง ๒๔๗๖ มีจำนวน ๕๐๐ ม้วนเศษ ซึ่งคิดเป็นความยาวทั้งสิ้นประมาณหนึ่งแสนสองหมื่นฟุต โดยเฉลี่ยแล้วทรงถ่ายภาพยนตร์สัปดาห์ละประมาณ ๒ ถึง ๓ ม้วน

            เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๑๙  สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ ๗ ได้โปรดเกล้าฯ ให้สยามสมาคม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ยืมฟิล์มภาพยนตร์ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จำนวนหนึ่งเพื่อนำไปคัดเลือกเพื่อจัดฉายในโอกาสที่สมาคมจะจัดงานฉลอง ๗๒ ปี สถาปนาสมาคมในปีนั้น ต่อมาใน พ.ศ.๒๕๒๖ แผนกวิชาการถ่ายภาพและภาพยนตร์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเทคนิคกรุงเทพฯ จัดตั้งโครงการอนุรักษ์ภาพยนตร์ในประเทศไทย และได้รับฟิล์มภาพยนตร์ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวจากสยามสมาคม ไปดำเนินการเพื่อหาทางอนุรักษ์ และพบว่ายังคงมีฟิล์มที่อยู่ในสภาพดี สามารถอนุรักษ์ไว้ได้เพียง ๑๗๘ ม้วนเท่านั้น คิดเป็นความยาวรวมประมาณ หกหมื่นฟุต หรือหากนำมาฉายติดต่อเนื่องกันจะกินเวลาฉายนานถึง สี่สิบชั่วโมง

            ฟิล์มภาพยนตร์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ถือได้ว่าเป็นมรดกของชาติที่มีคุณค่าและจำเป็นต้องได้รับการอนุรักษ์และเผยแพร่ เนื่องจากฟิล์มภาพยนตร์ส่วนพระองค์ดังกล่าวได้แสดงให้เห็นถึงสภาพวิถีชีวิต สังคม วัฒนธรรม ประเพณี ในช่วงรัชสมัย และเป็นแหล่งเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษา และประชาชน ทั่วไปได้เป็นอย่างดี